สิ่งที่ไม่มีใครบอกเรื่องไก่ชนผลัดขน
ไก่ชนช่วงผลัดขนต้องลดความเครียด เพิ่มโภชนาการ และควบคุมโรงเรือนให้เหมาะสม เพราะร่างกายกำลังใช้พลังงานสร้างขนใหม่ ไม่ใช่ช่วงเร่งซ้อมหรือปล้ำหนัก ฝึกไก่ชนแนะนำให้เจ้าของติดตาม 4 จุดทุกวัน ได้แก่ ความอยา...
สิ่งที่ไม่มีใครบอกเรื่องไก่ชนผลัดขน
ไก่ชนช่วงผลัดขนต้องลดความเครียด เพิ่มโภชนาการ และควบคุมโรงเรือนให้เหมาะสม เพราะร่างกายกำลังใช้พลังงานสร้างขนใหม่ ไม่ใช่ช่วงเร่งซ้อมหรือปล้ำหนัก ฝึกไก่ชนแนะนำให้เจ้าของติดตาม 4 จุดทุกวัน ได้แก่ ความอยากอาหาร น้ำหนัก อุจจาระ และผิวหนังบริเวณขนร่วง โดยทั่วไปควรเพิ่มอาหารโปรตีนคุณภาพดีอย่างค่อยเป็นค่อยไป รักษาน้ำสะอาด และจัดคอนนอนให้แห้ง ปลอดลมโกรก ระยะผลัดขนของไก่แต่ละตัวไม่เท่ากัน แต่อาจกินเวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนตามอายุ สุขภาพ ฤดูกาล และสภาพร่างกาย หากพบเลือดออก คันจัด แผลสะเก็ด หายใจผิดปกติ หรือกินอาหารลดลงต่อเนื่องเกิน 24 ชั่วโมง ต้องแยกกักและปรึกษาสัตวแพทย์ คำแนะนำที่นำไปใช้ได้ทันทีคือหยุดการฝึกหนัก จดน้ำหนักทุก 3–7 วัน และเปลี่ยนอาหารทีละน้อย ไม่ใช่เทอาหารเสริมทุกอย่างรวมกันจนไก่กลายเป็นห้องทดลองเดินได้

ผลัดขนตามธรรมชาติไม่ใช่โรคโดยตัวมันเอง แต่ช่วงนี้เป็นหน้าต่างเวลาที่ปัญหาเล็ก ๆ ขยายตัวได้เร็ว เช่น ไรแดงทำให้คันและขนเสีย แผลจากการจิกทำให้ติดเชื้อ หรืออากาศชื้นทำให้เชื้อราเพิ่มจำนวน การดูแลจึงต้องคิดแบบสมดุลระหว่างพลังงานที่ไก่ได้รับกับพลังงานที่ร่างกายใช้สร้างขนใหม่ ไม่ใช่ดูแค่ขนหลุดมากหรือน้อย หากต้องการอ่านแนวทางพื้นฐานเพิ่มเติม สามารถดู คู่มือการเลี้ยงไก่ชนสำหรับมือใหม่ ควบคู่กับข้อมูลจาก กรมปศุสัตว์ ซึ่งเป็นแหล่งอ้างอิงด้านสุขภาพสัตว์ในประเทศไทยได้
ถ้าต้องการวางระบบดูแลให้เป็นขั้นตอน เริ่มจากแนวทางสรุปของ ฝึกไก่ชน ได้ที่นี่
ขั้นตอนที่ 1: ประเมินว่าเป็นผลัดขนปกติหรือสัญญาณป่วย
ผลัดขนปกติมักมีขนเก่าหลุดเป็นระยะ มีขนอ่อนงอกใหม่ ผิวหนังไม่บวมแดง และไก่ยังตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมได้ดี ส่วนความผิดปกติมักมาพร้อมอาการคันจัด เกาไม่หยุด ขนร่วงเป็นหย่อม แผล มีสะเก็ด น้ำหนักลด หรือกินอาหารน้อยลง การแยกสองกรณีนี้ตั้งแต่ต้นช่วยลดความเสี่ยงใช้ยาผิดและป้องกันโรคแพร่ไปยังไก่ตัวอื่น ดังนั้นอย่าตัดสินจากจำนวนขนบนพื้นอย่างเดียว เพราะขนที่หลุดมากอาจเป็นการผลัดขนตามวัย ขณะที่โรคผิวหนังบางชนิดกลับเริ่มจากจุดเล็กจนแทบมองไม่เห็น
ใช้บันทึกประจำวัน 4 รายการเพื่อให้การประเมินมีข้อมูล ไม่ใช่ความรู้สึกของเจ้าของที่กำลังยืนจ้องไก่ตอนตีห้าครึ่งแล้วคิดว่า “วันนี้ดูเศร้านิดหนึ่งหรือเปล่า” ได้แก่
- น้ำหนักตัววัดเวลาใกล้เคียงกันทุก 3–7 วัน
- ปริมาณอาหารและน้ำที่กินในแต่ละวัน
- สี ความถี่ และลักษณะอุจจาระ
- ตำแหน่งขนร่วง แผล และการเกา
หากน้ำหนักลดมากกว่า 5% ภายในช่วงสั้น ๆ หรือมีอาการซึมร่วมกับไม่กินอาหาร ควรแยกกักและติดต่อสัตวแพทย์ การถ่ายภาพบริเวณผิวหนังสัปดาห์ละครั้งยังช่วยเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงได้แม่นกว่าการจำด้วยตาเปล่า ตามข้อมูลโรคสัตว์ปีกของ คู่มือสัตวแพทย์เมอร์ค การวินิจฉัยปัญหาผิวหนังควรพิจารณาปรสิต การติดเชื้อ และภาวะโภชนาการร่วมกัน ไม่ใช่สรุปว่าเป็น “ผลัดขน” ทุกกรณี
ขั้นตอนที่ 2: ปรับอาหารและน้ำให้รองรับขนใหม่
การให้อาหารช่วงผลัดขนควรเน้นโปรตีนสมดุล พลังงานพอเหมาะ วิตามิน และแร่ธาตุ โดยไม่เพิ่มอาหารเสริมหลายชนิดพร้อมกัน อาหารหลักที่มีคุณภาพควรเป็นฐานก่อน แล้วจึงพิจารณาแหล่งโปรตีนที่เหมาะกับไก่ เช่น ไข่ต้มสุก ปลาสุกไม่ปรุงรส หรืออาหารสำเร็จรูปสำหรับสัตว์ปีกตามคำแนะนำบนฉลาก ปริมาณที่เหมาะสมขึ้นกับน้ำหนัก อายุ กิจกรรม และสูตรอาหารเดิม จึงไม่ควรยึดตัวเลขเดียวกับไก่ทุกตัว น้ำสะอาดต้องมีตลอดวัน และภาชนะควรล้างสม่ำเสมอ เพราะน้ำสกปรกสามารถลดการกินและเพิ่มความเสี่ยงโรคทางเดินอาหารได้
ประเด็นที่คนมักมองข้ามคือการเปลี่ยนอาหารเร็วเกินไปทำให้อุจจาระผิดปกติและแยกไม่ออกว่าเกิดจากอาหารหรือโรค การเปลี่ยนสูตรจึงควรค่อย ๆ ผสมภายในประมาณ 5–7 วัน พร้อมสังเกตน้ำหนักและมูล หากต้องใช้วิตามินหรือแร่ธาตุ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากชัดเจน แหล่งผลิตตรวจสอบได้ และไม่ซ้ำสารอาหารกับผลิตภัณฑ์เดิม อย่าใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อเร่งขนหรือป้องกันแบบไม่มีข้อบ่งชี้ เพราะยาปฏิชีวนะไม่ใช่อาหารเสริม และการใช้ไม่เหมาะสมเพิ่มความเสี่ยงเชื้อดื้อยา องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ เน้นว่าการป้องกันโรคต้องอาศัยสุขอนามัย การจัดการ และความปลอดภัยทางชีวภาพร่วมกัน
วางแผนโภชนาการอย่างละเอียดได้จากหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับ อาหารเสริมและโภชนาการไก่ชน ก่อนตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ใด
ขั้นตอนที่ 3: จัดโรงเรือนให้แห้ง สงบ และปลอดปรสิต
โรงเรือนที่เหมาะกับไก่ชนผลัดขนต้องแห้ง ระบายอากาศดี ไม่อับชื้น และไม่มีลมแรงปะทะตัวโดยตรง จุดสำคัญคือพื้นต้องไม่แฉะ มูลไม่สะสม และคอนนอนต้องมั่นคงพอที่จะไม่ทำให้ขนใหม่หัก การทำความสะอาดควรเริ่มจากเก็บมูลและเศษอาหารทุกวัน ตรวจรอยร้าวหรือซอกมุมซึ่งเป็นที่หลบของไรแดง และล้างภาชนะน้ำอย่างสม่ำเสมอ หากใช้สารทำความสะอาดหรือยาฆ่าเชื้อ ต้องทำตามฉลากและปล่อยให้พื้นที่แห้งก่อนนำไก่กลับเข้าไป แสงแดดอ่อนช่วงเช้าช่วยลดความชื้นได้ แต่ไม่ควรนำไก่ไปตากแดดจัดเป็นเวลานาน โดยเฉพาะวันที่อุณหภูมิสูง
การควบคุมปรสิตต้องมองทั้งตัวไก่และสภาพแวดล้อม เพราะรักษาไก่แต่ปล่อยเล้าสกปรกก็เหมือนเช็ดพื้นขณะเปิดก๊อกน้ำทิ้งไว้ ตรวจใต้ปีก รอบโคนหาง และบริเวณคออย่างระมัดระวัง หากพบจุดดำ ไร ตัวแมลง หรือแผลจากการจิก ควรแยกไก่และขอคำแนะนำจากสัตวแพทย์ก่อนเลือกยา การอาบน้ำบ่อยหรือใช้สารเคมีเข้มข้นไม่ได้ทำให้ขนขึ้นเร็วขึ้น และอาจทำให้ผิวแห้งจนคันกว่าเดิม งานด้านชีวอนามัยของ สมาคมสัตวแพทย์สัตว์ปีกแห่งสหรัฐอเมริกา ชี้ว่าการลดการปนเปื้อนในโรงเรือนต้องทำเป็นระบบ ตั้งแต่การจัดการมูล อุปกรณ์ ไปจนถึงการแยกสัตว์ป่วย

ขั้นตอนที่ 4: ควรพักการฝึกอย่างไรในช่วงผลัดขน?
ไก่ชนช่วงผลัดขนควรลดการฝึกหนักและหลีกเลี่ยงการปล้ำ เพราะขนใหม่มีโครงสร้างบอบบาง ผิวหนังอาจไวต่อการเสียดสี และร่างกายต้องใช้พลังงานเพื่อฟื้นตัว การเคลื่อนไหวเบา ๆ ในพื้นที่ปลอดภัยยังทำได้ หากไก่กินอาหารดี น้ำหนักคงที่ ไม่มีแผล และไม่แสดงอาการเหนื่อยผิดปกติ หลักสำคัญคือประเมินจากสภาพร่างกายรายตัว ไม่ใช่ใช้ตารางเดียวกับไก่ทุกตัว เพราะอายุ สายพันธุ์ และประวัติการเจ็บป่วยส่งผลต่อความเร็วในการฟื้นขน
แนวทางลดกิจกรรมที่ใช้ได้จริงมีดังนี้
- งดการปล้ำหรือกิจกรรมที่ทำให้ขนกระแทกและฉีก
- ลดเวลาฝึกลงอย่างน้อยครึ่งหนึ่งจากช่วงปกติเมื่อเริ่มเห็นขนใหม่จำนวนมาก
- ให้เดินหรือขยับตัวเบา ๆ ในพื้นที่แห้งและไม่มีสิ่งกีดขวาง
- หยุดทันทีหากหอบ นั่งนิ่ง เดินเซ หรือมีแผล
- เพิ่มกิจกรรมกลับทีละขั้นเมื่อขนขึ้นสม่ำเสมอ น้ำหนักคงที่ และผิวหนังแข็งแรง
อย่าใช้การฝึกเพื่อ “เร่งความฟิต” ในช่วงที่ร่างกายกำลังสร้างขน เพราะผลได้ด้านกล้ามเนื้ออาจไม่คุ้มกับความเสี่ยงขนหักและภูมิคุ้มกันตก หลายคนคิดว่าพักแล้วไก่จะเสียทรง แต่ในเชิงการจัดสรรพลังงาน การพักที่เหมาะสมอาจทำให้กลับมาฝึกได้ต่อเนื่องกว่าเดิม การดูแลช่วงนี้จึงควรเชื่อมกับ ตารางฝึกไก่ชนตามสภาพร่างกาย มากกว่าการทำตามกำหนดตายตัว
เมื่อถึงเวลาตรวจความพร้อม ให้เริ่มจากการสังเกต ไม่ใช่เพิ่มความหนักทันที แนวทางต่อเนื่องของ ฝึกไก่ชน ช่วยจัดลำดับการกลับเข้าสู่กิจวัตรได้ที่นี่
ขั้นตอนที่ 5: ตรวจสอบความพร้อมก่อนกลับสู่กิจวัตร
ไก่ชนควรกลับเข้าสู่การฝึกตามปกติเมื่อขนใหม่ขึ้นสม่ำเสมอ ผิวหนังไม่มีแผล น้ำหนักคงที่ กินอาหารและน้ำได้ดี อุจจาระไม่ผิดปกติ และไม่มีอาการหอบหรือซึม การตรวจควรทำต่อเนื่องอย่างน้อยหลายวัน ไม่ใช่ตัดสินจากเช้าวันเดียว เพราะไก่บางตัวดูสดใสชั่วคราวแต่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ เกณฑ์ที่ใช้งานได้คือเริ่มกิจกรรมเบา แล้วดูการตอบสนองภายใน 24 ชั่วโมง หากกินอาหารลดลง เหนื่อยง่าย หรือขนหักเพิ่ม ให้ถอยกลับไปพักและประเมินใหม่
ตารางตรวจแบบง่ายช่วยลดการตัดสินใจตามอารมณ์ได้มาก โดยแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะผลัดขนมาก ให้เน้นพัก อาหาร และโรงเรือน ระยะขนใหม่เริ่มคลุมตัว ให้เพิ่มการเคลื่อนไหวเบา ๆ และระยะขนแน่นพร้อมสภาพร่างกายคงที่ จึงค่อยเพิ่มกิจกรรมทีละน้อย ทุกครั้งที่เพิ่มความหนักควรบันทึกน้ำหนัก มูล การกินน้ำ และลักษณะขนไว้ หากมีไก่หลายตัว อย่าใช้ภาชนะหรืออุปกรณ์ร่วมกันโดยไม่ทำความสะอาด เพราะเชื้อโรคอาจแพร่ผ่านมือ รองเท้า และอุปกรณ์ได้ รายละเอียดเรื่องการแยกกักอ่านเพิ่มเติมได้จาก การป้องกันโรคและสุขอนามัยในเลี้ยงไก่ชน

วิธีแก้ปัญหาที่พบบ่อยระหว่างผลัดขน
ปัญหาผลัดขนที่แก้ไม่สำเร็จมักไม่ได้เกิดจากขาดอาหารเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการวิเคราะห์สาเหตุผิด เช่น เพิ่มโปรตีนทั้งที่ไก่มีไรแดง หรือให้ยาหลายชนิดทั้งที่ปัญหาคือโรงเรือนชื้น การแก้ที่แม่นยำจึงต้องย้อนดูข้อมูลอย่างน้อย 3–7 วัน ได้แก่ อาหาร น้ำหนัก ลักษณะมูล อุณหภูมิ และตำแหน่งขนร่วง การถ่ายภาพซ้ำมุมเดิมช่วยให้เห็นว่ารอยโรคลุกลามหรือดีขึ้น ส่วนไก่ที่มีแผล เลือดออก หายใจลำบาก ชัก หรือไม่กินอาหารเกิน 24 ชั่วโมงควรแยกกักทันทีและติดต่อสัตวแพทย์ อย่ารอให้ไก่หลายตัวแสดงอาการพร้อมกัน เพราะต้นทุนการควบคุมโรคจะสูงขึ้นแบบไม่ต้องใช้เครื่องคิดเลขก็รู้สึกได้
สรุปแนวทางแก้ตามอาการได้ดังนี้
- ขนร่วงทั่วตัวแต่ไก่แข็งแรง: ตรวจการผลัดขนตามวัยและปรับอาหารให้สมดุล
- ขนร่วงเป็นหย่อมและคันมาก: ตรวจไร เหา เชื้อรา และแผลจากการจิก
- กินอาหารลดลงร่วมกับน้ำหนักลด: แยกกัก ตรวจมูล และปรึกษาสัตวแพทย์
- ขนใหม่หักหรือมีเลือด: ลดการจับ การฝึก และการเสียดสีทันที
- มูลเหลวหลังเปลี่ยนอาหาร: ทบทวนการเปลี่ยนสูตรภายใน 5–7 วันและเฝ้าดูอาการ
คำแนะนำจากแหล่งสัตวแพทย์เป็นแนวทาง ไม่ใช่ใบสั่งยาเฉพาะตัว และคำว่า “ธรรมชาติ” ไม่ได้แปลว่า “ปล่อยไว้ได้เสมอ” หากอาการแย่ลงควรใช้ผู้เชี่ยวชาญเป็นตัวช่วยตัดสินใจ
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: การผลัดขนของไก่ชนคืออะไร?
ตอบ: การผลัดขนคือกระบวนการที่ขนเก่าหลุดและมีขนใหม่งอกขึ้นตามวงจรธรรมชาติของไก่ โดยระยะเวลาอาจกินเวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ขึ้นกับอายุ สุขภาพ ฤดูกาล และโภชนาการ ช่วงนี้ไก่อาจต้องใช้พลังงานมากขึ้นและไวต่อความเครียด จึงควรลดการฝึกหนัก ตรวจผิวหนัง และรักษาโรงเรือนให้แห้ง หากขนร่วงเป็นหย่อม มีแผล หรือคันมาก ไม่ควรสรุปว่าเป็นผลัดขนปกติโดยไม่ตรวจหาปรสิตและการติดเชื้อ
ถาม: ดูแลไก่ชนช่วงผลัดขนอย่างไรให้ปลอดภัย?
ตอบ: ให้พักการฝึกหนัก จัดอาหารสมดุล มีน้ำสะอาด และตรวจน้ำหนักทุก 3–7 วัน ควรเปลี่ยนอาหารทีละน้อยภายในประมาณ 5–7 วัน เพื่อลดความเสี่ยงมูลผิดปกติหรือกินอาหารลดลง โรงเรือนต้องระบายอากาศดี พื้นแห้ง ไม่มีลมโกรก และควรตรวจใต้ปีกกับโคนหางเป็นประจำ หากพบแผล คันจัด หรือซึม ให้แยกกักและติดต่อสัตวแพทย์แทนการซื้อยามาใช้เอง
ถาม: อาหารโปรตีนสูงดีกว่าอาหารปกติในช่วงผลัดขนหรือไม่?
ตอบ: อาหารโปรตีนสูงไม่ได้ดีกว่าเสมอไป เพราะไก่ต้องการสูตรที่สมดุลระหว่างโปรตีน พลังงาน วิตามิน และแร่ธาตุ อาหารหลักที่มีคุณภาพควรเป็นฐาน แล้วจึงเสริมแหล่งโปรตีนอย่างระมัดระวังตามคำแนะนำบนฉลาก การเพิ่มอาหารหลายชนิดพร้อมกันทำให้ติดตามสาเหตุของมูลเหลวหรือเบื่ออาหารได้ยาก หากไก่มีโรคประจำตัวหรือผอมลงมาก ควรขอคำแนะนำจากสัตวแพทย์ก่อนปรับสูตรอย่างจริงจัง
ถาม: ทำไมไก่ชนผลัดขนแล้วขนยังร่วงเป็นหย่อม?
ตอบ: ขนร่วงเป็นหย่อมมักต้องตรวจหาสาเหตุอื่นนอกเหนือจากการผลัดขน เช่น ไร เหา เชื้อรา การจิกกัน หรือการเสียดสีจากคอนและพื้นที่เลี้ยง ควรตรวจผิวหนังใต้ปีก รอบคอ และโคนหาง พร้อมทำความสะอาดโรงเรือนและแยกไก่ที่มีแผล หากมีสะเก็ด บวม เลือดออก หรือคันต่อเนื่อง ควรพบสัตวแพทย์ เพราะการทายาหรืออาบสารเคมีโดยไม่ทราบสาเหตุอาจทำให้ผิวหนังระคายเคืองมากขึ้น
ถาม: ช่วงผลัดขนควรฝึกไก่ชนหรือไม่?
ตอบ: ควรงดการปล้ำและลดการฝึกหนัก แต่ยังให้เคลื่อนไหวเบา ๆ ได้หากไก่แข็งแรงและไม่มีบาดแผล ขนใหม่มีความบอบบางและร่างกายกำลังใช้พลังงานเพื่อฟื้นตัว การฝึกหนักอาจทำให้ขนหัก น้ำหนักลด หรือเกิดความเครียดมากขึ้น เมื่อขนขึ้นสม่ำเสมอ กินอาหารดี น้ำหนักคงที่ และไม่มีอาการหอบ จึงค่อยเพิ่มกิจกรรมทีละขั้นพร้อมสังเกตการตอบสนองภายใน 24 ชั่วโมง
ถาม: ต้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าไรในการดูแลไก่ชนช่วงผลัดขน?
ตอบ: ค่าใช้จ่ายขึ้นกับอาหาร โรงเรือน ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และค่าตรวจสัตวแพทย์ โดยการดูแลพื้นฐานเริ่มจากน้ำสะอาด อาหารคุณภาพ ภาชนะสะอาด และพื้นที่แห้ง ไม่จำเป็นต้องซื้ออาหารเสริมหรือยาหลายชนิดเสมอไป ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นเมื่อพบปรสิต แผล หรือโรคที่ต้องตรวจและรักษา ดังนั้นการป้องกันด้วยการทำความสะอาดและแยกกักไก่ป่วยมักคุ้มกว่าการรอให้ปัญหาลุกลาม
ถาม: เมื่อไรควรพาไก่ชนไปพบสัตวแพทย์?
ตอบ: ควรปรึกษาสัตวแพทย์เมื่อไก่ไม่กินอาหารเกิน 24 ชั่วโมง น้ำหนักลดมากกว่า 5% มีเลือดออก หายใจลำบาก ซึมมาก ชัก หรือมีแผลและสะเก็ดลุกลาม อาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับปรสิต การติดเชื้อ โรคทางเดินหายใจ หรือปัญหาโภชนาการ ไม่ใช่ผลัดขนธรรมดา ระหว่างรอคำแนะนำควรแยกกัก จัดน้ำสะอาด ลดความเครียด และเก็บภาพหรือบันทึกอาการเพื่อช่วยให้วินิจฉัยได้เร็วขึ้น
การดูแลไก่ชนช่วงผลัดขนที่ดีจึงไม่ใช่การเร่งให้ขนขึ้นด้วยผลิตภัณฑ์ราคาแพง แต่คือการจัดสมดุลระหว่างอาหาร การพัก การควบคุมปรสิต สุขอนามัย และการตรวจอาการอย่างสม่ำเสมอ เมื่อข้อมูล 4 ด้าน ได้แก่ น้ำหนัก อาหาร มูล และผิวหนังสอดคล้องกัน เจ้าของจะตัดสินใจได้แม่นขึ้นว่าควรพัก ควรปรับการเลี้ยง หรือควรพบสัตวแพทย์ ฝึกไก่ชนรวบรวมความรู้ด้านพันธุ์ไก่ การฝึก กฎสนาม และการดูแลสุขภาพไว้เพื่อช่วยให้แฟนไก่ชนวางแผนอย่างมีเหตุผล ไม่ใช่เดาจากขนบนพื้นเพียงอย่างเดียว
หากพร้อมจัดระบบการดูแลไก่ชนให้เป็นขั้นตอน เริ่มอ่านแนวทางเพิ่มเติมได้ที่นี่